อิสราเอลโวยโดยศาลอาญาโลกสอบสวนเรื่องปาเลสไตน์

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลแสดงความไม่พอใจ ต่อการถูกศาลอาญาระหว่างประเทศเริ่มสอบสวนอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับ “การก่ออาชญากรรมสงคราม” ในปาเลสไตน์ ด้านสหรัฐยืนยัน “อยู่เคียงข้าง” รัฐบาลเทลอาวีฟ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ว่าสืบเนื่องจากการที่นางฟาตู เบนซูดา อัยการสูงสุดของศาลอาญาระหว่างประเทศ ( ไอซีซี ) ที่กรุงเฮก ประกาศเมื่อกลางสัปดาห์นี้ ว่าคณะตุลาการไอซีซี เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับสถานการณ์ในฝั่งตะวันออกของนครเยรูซาเลม เขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา ซึ่งมีการ “ก่ออาชญากรรมสงคราม” อย่างต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ และการที่อิสราเอลเดินหน้าโครงการก่อสร้างนิคมที่อยู่อาศัย “บนพื้นที่ยึดครอง” ในเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา นับตั้งแต่ชนะสงครามหกวัน เมื่อปี 2510 นั้น
 
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า “อิสราเอลกำลังเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยอคติ” จากศาลสถิตยุติธรรมในกรุงเฮก ซึ่งมีทัศนคติ “หลอกลวงและต่อต้านยิว” พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า “อิสราเอลจะต่อสู้ด้วยการยืนหยัดอยู่บนความจริง” และ “ลบล้างเรื่องอื้อฉาว” เหล่านี้

ด้านรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส กล่าวว่า เธอได้สนทนาทางโทรศัพท์กับเนทันยาฮูเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว โดยเธอยืนยันว่า สหรัฐและอิสราเอล “คัดค้าน” ความพยายามของไอซีซี ในการใช้อำนาจต่อบุคลากรของอิสราเอล และรัฐบาลของทั้งสองประเทศจะยกระดับความร่วมมือกันอีกขึ้น ในด้านความมั่นคงภูมิภาค โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
 
ขณะที่ข้อมูลจากแหล่งข่าวในไอซีซีระบุว่า เบนซูดาและทีมงานเน้นการสอบสวนนโยบายด้านความมั่นคงของอิสราเอล ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ซึ่งกองกำลังป้องกันอิสราเอล ( ไอดีเอฟ ) ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศนับครั้งไม่ถ้วนในรอบเกือบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือสงครามในฉนวนกาซา เมื่อปี 2557 และโครงการขยายอาณาเขตนิคมยิว
 
ทั้งนี้ อิสราเอลไม่ได้เป็นภาคีของธรรมนูญกรุงโรม ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศในการก่อตั้งไอซีซี เมื่อปี 2545 ส่วนสหรัฐเข้าออกมาแล้วหลายครั้ง และสถานะล่าสุดคือ “ผู้สังเกตการณ์” ส่วนปาเลสไตน์เป็นหนึ่งในภาคีร่วมลงนาม